- รวมความรู้สึกต่อหนังทีได้ดู ปี 2008 ในสภาวะ Movie Crisis
posted on 31 Dec 2008 02:47 by iceraemon in Movies
สวัสดีปีใหม่ครับ
ได้มีโอกาสมาเขียนสักที ก็ขอมาเปิดประเดิม ด้วยเรื่องที่ผมชอบที่สุดแล้วกัน นั่นคือ เรื่องหนังนั่นเอง การเขียนครั้งนี้ของผม ไม่ได้มาเชิงวิเคราะห์ วิจารณ์ประเด็น มุมมอง ตีความสัญลักษณ์ อะไรขนาดนั้นนะครับเป็นแนวบอกเล่าเก้าสิบ พูดคุยซะมากกว่าครับ
คือ ความขี้เกียจมันเป็นปัจจัยหลักครับ อย่างที่เคยเขียนได้สัก 2 ปีที่ blog แห่งหนึ่ง ตอนแรกก็ขยัน เขียนยาวมาก ไอ้นั่น ไอ้นี่ ไอ้นู้น นึกได้ก็เขียนๆๆ แล้วปริมาณการเขียนลดลงๆๆๆ จนไม่เขียนอีกต่อไป
เลยขอมาแก้ตัวใหม่ที่นี่แล้วกันนะครับ
ปีนี้การดูหนังของผมลดลงกว่า 50% เหตุผลจากการมาเรียนใน ป.โท ใน กรุงเทพ(คือ ตั้งแต่ อนุบาล ยัน ป.ตรี ผมไม่เคยไปไกลจากรังสิตเลย พอดีว่า ได้ที่เรียนแถวๆรังสิตหมดเลยครับ)
การได้มาเรียนในกรุงเทพใจกลางเมือง ดูจะเป็นสวรรค์ของคนรักหนัง ที่มีโรงหนังโอบล้อม และ มีหนังให้เลือกได้เยอะแยะแต่เอาเข้าจริง การดูหนังลดน้อยลงอย่างน่าใจหาย (จริงๆควรจะดีใจนะ เพราะ ได้ประหยัดเงิน)เหตุผลเนื่องมาจาก การเรียน(ที่แสนเบื่อ)และการเดินทาง(ที่แสนเหนื่อย) และมีเรื่องต่างๆเข้ามาให้หัวใจว้าวุ่นตลอด (แต่ที่ว้าวุ่นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความรักอะไรเลยนะครับ
)
การดูหนังของผมจึงลดลงอย่างน่าตกใจ ตามสภาวะเศรษฐกิจโลกเลยทีเดียว ถือเป็น Movie Crisis ของผมเลยทีเดียว
เข้าเรื่องดีกว่า มานั่งไล่ชื่อหนังทีได้ดูในโรงในปีนี้ (ตั้งแต่ดูหนังมาเกือบ 10 ปี ปีนี้ น้อยมากๆๆ)ตอนแรกจะจัดอันดับอะไร แต่คิดว่า ปลายปีแบบนี้ ตาม Blog ตามเว็บ ทั้งหลาย คงมีคนเขียนหลายคนแล้ว ผมเลยขอเขียนเป็น ภาพรวมหนังที่ผมได้ดูดีกว่า (จะได้เขียนสั้นๆ ไม่ต้องเจาะแต่ละเรื่องอะไรมากมายด้วย หุหุ)
ชอบมาก โดนใจ
Across the Universe ผมว่า เนื้อหาของหนังมาก เลยดูเนื้อเรื่องไม่ลงตัวเท่าไร ไม่เหมือน Moulin Rouge! หรือ Chicago แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ทำให้ตอนผมดูหนัง ผมรู้สึกอินกับเพลง และเป็นหนังเพลงที่เอาเพลงมาทำใหม่ได้เพราะ เพลิน บันเทิงใจดี แม้ความรู้สึกจะเหมือนนั่งดู MV สวยๆมากกว่าดูหนัง
Atonement เป็นหนังที่ผมเป็นหน้าม้า ถวายชีวิตเชียร์ให้ได้ออสการ์ เหอๆ แม้จะยังไม่ได้ดูเรื่องอื่น (ลำเอียงมาก) เป็นหนังรักที่ถูกใจที่สุดของปีครับ ตอนแรกสนุกกับการตัดสลับเหตุการณ์คนละมุมมองมากๆ น้อง Saoirse เล่นได้ใจมาก ตอนกลางแอบเบื่อนิดๆ แต่ก็ยังโอเค แต่ตอนจบ เรื่องราวเฉลย ป้า Vanessa เล่นได้จนผมอิน เป็นตอนจบที่รู้สึกสับสับสนความรู้สึกที่มีให้ตัวละคร ไบรโอนี่ มากๆๆ สงสาร สมเพศ สมน้ำหน้า เสียใจ เศร้า ซึ้ง
คลอไปกับเพลงประกอบเพราะๆและภาพสวยๆของหนัง ตั้งใจไปดู Keira แต่ดูจบได้ดาราชอบเพิ่มมาอีก 2 คือ James กับน้อง Saoirse
The Dark Knight หลังจากที่ฮีโร่ยุคใหม่ เดินรอยตาม Spider-man ที่เป็น ฮีโร่แบบดราม่า แอกชั่น พี่ค้างคาวของพวกเรา เลยมาแนวใหม่ เป็นฮีโร่แบบดราม่า ทริวเลอร์ ระทึก ลุ้น กับการวิธีการวางแผนแบบเฉือนกันด้วยสมอง นอกจากบทแน่น การแสดงยังแจ่มด้วย แต่คงปฎิเสธไม่ได้ว่า ภาคนี้ทุกตัวละครเลยโดน พี่โจ๊กเกอร์ แย่งซีนกันไปเกือบหมดเลย เป็น 1 ในหนังฮีโร่ที่น่าจดจำมากที่สุดอีกเรื่อง
Enchanted พอดีเป็นคนชอบดูการ์ตูนอยู่แล้ว เจอเรื่องนี้เข้าไป ถูกใจครับ เอาการ์ตูนดิสนีย์เองมา ทำให้มีชีวิตในอีกรูปแบบ ชอบมากๆครับ
The Fall คงจะเป็นหนังอาร์ต ดูไม่รู้เรื่อง แน่ๆเลย ปรากฏ หนังดูง่าย สนุก มีมุขขำๆอมยิ้มคลอของน้องนางเอกในเรื่องคลอไปตลอดเรื่อง มาเครียดๆตอนจบนิดนึง
The Mist เห็นตามเว็บบอร์ดฝรั่งพูดว่าเป็นหนึ่งในหนังที่มีตอนจบ ออกมาให้ วิพากษ์วิจารณ์กันมากอีกเรื่อง เลยอยากดูมาก พอได้ดูก็ปลื้ม หนังดูสนุกไปกับเนื้อเรื่องและมีประเด็นให้คิดอีก ชอบที่ตอนจบ มันจบแบบแหกกฎกติกาตามแบบหนังฮอลีวูดดี
Hellboy II: The Golden Army ภาคแรก ดูแผ่น แล้วชอบมากๆๆ เป็นฮีโร่ที่กวนๆฮาๆโดนใจ ภาคนี้เลยไม่พลาด ส่วนตัวว่าภาคแรกสนุกกว่า แต่ภาคนี้ก็ยังชอบมากเหมือนเคย รอดูภาค 3
Horton Hears a Who! อันนี้เขาไปหวังฮา คือ ไปดูเพราะ ดูตัวอย่างแล้ว เห็น ช้างในเรื่อง มันแรด ยังไงไม่รู้ น่าจะฮาเลยไปดู พอได้ดูฮาในระดับนึง แต่ที่เกินคาดหมาย คือ เรื่อง “เสียงเล็ก” ที่ถูกใส่เข้ามาจนเป็นประเด็น คนเล็กๆในสังคม โอ้ว เกินคาดมาก
The Chronicles of Narnia: Prince Caspian ข้อคิดและเนื้อหาสู้ภาคแรกไมได้ แต่ความสนุกภาคนี้ใส่มาเต็มๆ บันเทิงเริงใจ ตามสไตล์วรรณกรรมเยาวชนอีกเรื่องครับ
Wall-E แค่ชื่อ Pixar ก็การรันตีแล้ว ชอบทุกเรื่องของค่ายนี้จริงๆ (ชอบน้อยสุดคงเป็น a bug’s life แต่ก็ยังอยู่ในระดับขอบมากนะ ไอ้ที่ชอบน้อยสุดเนี่ยะ....ส่วนมากสุด คือ Wall E กับ Monster, Inc.) คงไม่ต้องพูดอะไรมาก
ดรีมทีม ค่อนข้างชอบหนังคุณเรียวอยู่ (Goal Club ของคุณเรียว ก็เป็น 1 ในหนังไทยในดวงใจอีกเรื่องครับ) ชอบมุมมองที่แกหยิบยกเรื่องของเด็ก กับผู้ใหญ่ มาผูกกันในหน้าหนังที่ดูตลกๆ หนังออกมาดูใส สนุก ขำ แต็ยังมีอะไรฝากให้ผู้ใหญ่ไปคิด
สี่แพร่ง ลงตัวดี ชอบตอน”เหงา” มากที่สุดครับ คุณยงยุทธ แกทำหนังได้เหมือนนั่งรถไฟเหาะมากๆๆ ค่อยเร่งเครื่องขึ้นที่สูงแล้วมา ใส่ของตอนท้ายๆ รองมาก็ “คนกลาง” การแสดงกับบท ทำให้ตอนนี้ออกมาดูลื่นไหล สนุก ฮา ส่วน “เครื่องบิน” โอเคครับ แม้จะสูตรไปหน่อย แต่ไม่ค่อยชอบ “ยันต์สั่งตาย” (การ์ตูนหลอนกว่าเยอะๆๆๆๆ)
รัก/สาม/เศร้า หนังก็ตามสูตร และก็ร้องไห้ตามที่หนังอยากให้ร้องด้วย แฮะๆ แต่ที่ถูกใจมากที่สุดคือ ถูกใจในเรื่องของ มิตรภาพที่ถูกใส่เข้ามาของ ผู้หญิง สองคนในเรื่อง
-----------------------
ชอบ
Always: Sunset on Third Street 2 ชอบภาคแรกมากๆๆ ภาคนี้สู้ภาคแรกไม่ได้ แต่ก็ยังทำให้คนดูได้ขำ ได้ซึ้ง ได้ร้องไห้ ได้ยิ้ม อย่างมีความสุขเหมือนเคย
City of Ember ถูกใจ คนแก่หัวใจเด็กครับ ไม่รู้ลำเอียงเพราะ น้อง Saoirse จาก Atonement หรือเปล่า แต่เสียดาย หนังไม่น่าบอกว่า เหตุการณ์ทั้งหมด อยู่ใต้ดิน ทั้งเรื่องเลยดูแค่ว่า เด็กๆจะหาทางออกยังไง ไม่ได้ช็อกคนดูแบบที่ควรจะเป็น (เห็นว่าในหนังสือ จะมาเฉลยทีหลัง แต่ในหนัง พี่แกบอกตั้งแต่ฉากเปิด ตัวอย่าง โปสเตอร์ โฆษณา
)
Cloverfield ดูสนุกกว่าที่คิด แต่ความมึนหัว มากกว่า The Blair Witch Project เยอะเลย
Death Note: L: Change the World ผมก็ยังสนุกนะ แม้จะไม่สนุกเท่า Death Note ก็ตาม
Doraemon ต่อให้ไม่สนุก ผมก็สนุกและชอบครับ ดูมาตั้งแต่เด็กยันแก่ เวอร์ชั่นไหนก็ดูหมด การ์ตูนในดวงใจ เพราฉะนั้น ชอบแบบไม่มีเหตุผลจริงๆครับ
Kung Fu Panda ทีมสร้างคงเป็นแฟนหนังจีนอย่างแน่นอน มุขลงตัว แอกชั่นสนุก
No Country for Old Men ไม่ได้อยากดูเท่าไร เพื่อนอยากดู ก็ไปดูเป็นเพื่อน ปรากฏ ช่วงค่อนๆแรกเกือบท้ายๆ เป็นหนังที่ระทึกและลุ้นมากๆ ในโรงเวลาเจอฉากยิงทีหนึ่ง หัวใจจะวาย แต่หลังจากหนังตอนท้ายๆ เออ ประเด็นหนัง ผมตามไม่ทัน จับไมได้ ไม่มีสมาธิครับ เพราะ มั่วแต่กลัว ตา Javier เล่นได้โรคจิตดีแท้
Once เพลงเพราะมากๆ ตอนจบจี๊ดดี แต่หนังมันเรื่อยๆ ไปนิดนึง
The Orphanage อันนี้ดูแผ่นนานแล้ว แต่พอดีเห็นว่า มันเพิ่งเข้าโรง ชอบครับ หนังน่ากลัว หลอน เพราะบรรยากาศ ก่อนที่จะเฉลยออกมาเป็น โศกนาฏกรรม ชวนเศร้ากันไป
Speed Racer เวอร์ สนุก เพลิน ชอบประเด็นเรื่องครอบครัว แต่จุดที่ไม่ค่อยถูกใจ คือ หนังไม่ย่าตัดต่อด้วยวิธีแบบนั้น ที่เอาหน้าคน เอาเอฟเฟกต์มาคั้นๆเวลาจะเปลี่ยนฉากอะ (ไม่รู้ว่าทำตามต้นฉบับการ์ตูนหรือเปล่า) รู้สึกมันเชยๆ หลอกๆตา ยังไงไม่รู้
The Spiderwick Chronicles เป็นหนังจากวรรรกรรมเยาวชนอีกเรื่อง ที่ตอบสนองความเป็นหนังผจญภัย แฟนตาซี ได้ตรงตามที่หวัง สนุกครับ
Twentieth Century Boys การ์ตูนสนุกกว่าเยอะมากๆๆ แต่หนังก็พอใจระดับนึงครับ รอดูภาค 2 รอดูฉาก เกม Virture ที่ตอนอ่านอย่างหลอน
Vantage Point สนุก และได้ระทึกเรื่อยๆ แต่มาเสียดายมากๆ ที่ตอนจบ กับวิธีเอาแต่ละเรื่องมารวมกัน มันช่างดูง่าย ไม่เหมือนที่ตอนต้นๆอุตสาห์หลอกคนดูไป หลอกมา แต่เอาเถอะ ถูไถได้แหละ
กอด คาดหวังหนังรักโรแมนติกง่ายๆบ้านๆ ปรากฏ หนังมีสัญลักษณ์ให้ตีความ ประเด็นเยอะ เลยดูไม่บันเทิงอย่างที่คาด แต่ก็โอเคนะ จะชอบมากเลยแหละ ถ้าตัดพวกสัญลักษณ์ออกไปบ้าง ในความรู้สึกผม หนังไม่ได้หนักเกินไป แต่สัญลักษณ์และประเด็นที่อยากจะสื่อมันมากเกินน่าหนัง
ปืนใหญ่จอมสลัด ตัดต่อห่วย บทไม่ลงตัว แสดงขาดๆเกิน แต่สนุกครับ หลังๆลุ้นดี แม้จะง่ายๆไป แต่ก็ดีใจที่ได้ดูหนังไทยแนวอื่นๆบ้าง ไม่งั้นก็คงวนๆแต่ หนังผีกับหนัง(รัก)ตลก แต่คิดว่า คงไปหาเวอร์ชั่นหนังสือมาอ่านอีกรอบน่าจะโดนกว่านี้
ฝัน-หวาน-อาย-จูบ คนด่ากันมากมาย แต่ผมชอบครับ เพราะ จากกระแสลบ ทำให้ความคาดหวังมันลดลงไปเยอะ พอได้ดู มัน”ฮา”กว่าที่คิดครับ ชอบ ฝัน(พี่มะเดี่ยว ขอหนังเพลงแบบ high school musical สักเรื่องครับ....แต่เอาคนเล่นนะ ไม่เอาการ์ตูนแล้ว) กับหวาน(อยากให้ทำเป็นเรื่องยาวมากมาย) รองมาอาย(ตอนนี้ขาย ตาล อย่างเดียวเลย
พระเอกเล่นได้ธรรมชาติมากๆ...เหมือนเป็นต้นไม้ โขดหิน กลมกลืนจริงๆ) จูบเฉยๆ(นึกว่าดูหนังแนว Lock, Stock and Two Smoking Barrels หรือ Snatch ของ Guy Ritchie ไสตล์โดดเด่น แต่เนื้อหาไม่ค่อยมีอะไร)
ลองของ 2 ภาคแรกก็โอเค ภาคนี้ ตามมาดูต่อ ว่าหนังจะเล่าเรื่องยังไง ผมยังสนุกอยู่ แต่เห็นหลายคนไม่ชอบภาคนี้เท่าไร การแสดงของมะหมี่ สร้าง ครูพะนอ ดูมีตัวตน และ เหมือนบทนี้ ต้องเธอเล่นเท่านั้น ไม่งั้น ไม่ใช่
--------------------------
ผิดหวังแต่ก็ดูได้
The Happening ชอบหนังของตามาโนช ทุกเรื่อง แต่ชอบมากชอบน้อยต่างกัน ชอบ Signs กับ The Village มาก คือ สไตล์แกจะทำหน้าหนังเป็นหนังทริวเลอร์ทุกเรื่อง แต่เนื้อแท้คือความเป็นดราม่า เรื่องนี้ก็เช่นกัน ซึ่งผมชอบนะ แต่เสียดาย ที่ทำออกมาบทสรุปไม่ค่อยดีเท่าไร
Indiana Jones and the Kingdom of the Crystal Skull มันก็ดูสนุก ดูเพลินครับ แต่ผมว่าภาคเก่าๆ ผมเช่าแผ่นมาดู มันยังดูสนุกกว่ามาก บอกไม่ถูก แต่ชอบที่ได้ Cate มาเล่น
Saw IV สนุกน้อยลงพอตัว แต่ก็ยังถูกเนื้อเรื่อง หลอกอยู่ดี ชอบอยู่ตรงนี้แหละ ถูกหลอกเนี่ยะ
Shutter ของไทยผมก็ไม่ได้กลัวอะไรเท่าไรนะ (ผมเฉยๆกับผีใช้เสียง ชอบแบบ เงียบๆ หลอนๆที่บรรยากาศมากกว่า) แต่อยากดูว่าจะทำออกมาเป็นยังไง ดูแล้วแทบจะเหมือนเดิมเลย แต่น่ากลัวน้อยลงมากๆๆ (คือ ฉากผีหลอกของไทยเวอร์ชั่นเดิม เยอะกว่ามากครับ) แต่ชอบนางเอกครับ เลยดูได้จบ
ปิดเทอมใหญ่...หัวใจว้าวุ่น ชอบเพราะ โฟกัส ตอนเดียวเลย เป็นตอนที่ไม่ได้คาดหวัง แต่พอดู ตอนนี้โฟกัส เล่นได้ประทับใจมากๆๆ ส่วนอีก 2 ตอน คือ ตอนของต่ายกับอาโออิ ก็ดูได้แหละ แต่ไม่ชอบตอน น้องแพทเลย (ชอบน้องแพทนะ แต่ตอนนี้ 2 พระเอกเล่นได้สากกะเบือมากๆ แถมมุขคำผวน แป้กได้อีก)
---------------------------------
ไม่ชอบ
บุญชู 9 ไอ-เลิฟ-สระ อู รุ่นใหญ่ผ่านถูกใจมาก แต่รุ่นเล็ก นอกจากอาร์ตี้ คนอื่นไม่ไหวอย่างแรง แล้วดันซวย ภาคนี้เน้นรุ่นเล็กอย่างเยอะ ติดอันดับหนังผิดหวังปีนี้ของผมครับ
โปรแกรมหน้า...วิญญาณอาฆาต เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผิดหวัง ไม่มีความรู้สึกร่วมใดๆ ระหว่างดูเลย ไม่สนุก ไม่น่ากลัว ไม่ลุ้น
---------------------------------
อันนี้ได้ดูแผ่น แต่หนังฉายปีนี้เหมือนกัน ขอพูดถึงด้วยแล้วกันนะครับ
CJ7 อันนี้เนื้อเรื่องก็ตามที่คาดได้ แต่ผมว่าทำออกมาได้น่ารัก ฮา(พากย์ไทย) และประทับใจดีครับ
Hancock กระแสผิดหวังเยอะ เพราะบอกว่าเป็นดราม่า ได้ดูจริง ผมชอบนะ ไม่ได้ดราม่าหนักอะไรแบบที่ได้ยินมา แต่ก็ไม่ได้แอกชั่นมากมายแบบที่โฆษณาด้วย คนเลยผิดหวังมั้ง
Journey to the Center of the Earth 3D สนุกและขำเกินคาด เพลินๆดีๆครับ เสียดาย น่าจะดูแบบ 3D ในโรง
Juno คาดหวังไว้มากไปหน่อย พอได้ดูแล้ว รู้สึกเฉยมากๆครับ แต่ที่บทให้คนรอบๆตัว Juno ออกมาแบบเชิงบวกนะ แบบใช่เลย คนรอบตัวเรา มีส่วนในความคิดและมุมมองของเรา เพื่อนที่ดี ครอบครัวที่ดี อ้อ ชอบการแสดงของ Jenifer ด้วย
Le Grand chef แต่ก่อนบ้าหนังเกาหลีมากๆๆ ช่วงปีนี้ เบื่อหนังเกาหลีสุดๆๆๆๆ เลยไม่ค่อยได้ดูเหมือนเมื่อก่อนพอมาดูเรื่องนี้ โอเคเลย สนุก ประทับใจมาก เกินคาดครับ
Sex and the City: The Movie แบบซีรี่ย์เคยดูผ่านๆ ลองมาได้แบบหนังสักหน่อย เออ ขำ ซึ้ง ฮา โป๊ ชอบครับ ว่าจะหาแบบซีรี่ย์มาดูเต็มดีกว่า เห็นว่าดีกว่าเยอะเลย
The Strangers โอ้ว ระทึก ตื่นเต้น ลุ้นสุดๆ แม้จะไม่โหด แต่เล่นกับความรู้สึกได้ดีเลย แถมจบได้โรคจิต ทรมานคนดูจัง เออ คิดว่า เขียนเสร็จมานั่งดู เฮ้ย เขียนแบบจัดอันดับ ดูแล้วน้อยกว่า แบบนี้นะถ้ามีเวลาจะกลับมาเขียนเล่าๆอะไรเรื่อยเปื่อยๆครับ
The Eye รีเมคได้ค่อนข้างเหมือนต้นฉบับ แต่ต้นฉบับน่ากลัวและหลอนกว่า(อีกแล้ว)ครับ
Wanted โอเวอร์ ขี้โม้ รุนแรง แต่ ฮามาก เฮ้ย เกือบพลาดอะไรไปเนี่ย ชอบมากมายครับ
ปล. เขียนเสร็จ นึกขึ้นได้ การบ้านบทความที่อาจารย์ให้เขียน เวลาเขียนส่ง ผมจะเขียนได้ลื่นแบบนี้บ้างไหมหนอ
ไม่ชอบผีตุ้งแช่แบบโปรแกรมหน้าเหมือนกัน...
ปล.เอนทรี่นี้เอนทรี่เดียว สรุปหนังแทบจะครบทุกเรื่องที่ดังๆที่ได้เข้าโรงเลยนะนี่
#1 By SkyKiD on 2009-01-02 02:10