- สรุปหนังโดนใจ 2554

posted on 19 Jan 2012 12:11 by iceraemon  in Movies

ผ่านไปอีก 1 ปี เป็นปีที่ต้องผ่านอะไรมากมายเลยทีเดียว

และ ที่หนักเอาเรื่องก็คงไม่พ้น น้องน้ำ น้ำท่วม นั่นเอง

เล่นเอาไม่ได้อยู่บ้านเกือบ 2 เดือน เพราะมิดหัวเลย เหอๆ

ยังไงชีวิตต้องดำเนินต่อไป สู้ๆกันต่อไปครับ Money mouth 

 

ก็มาประจำเหมือนเคย สรุป 10 อันดับหนังโดนใจ

จากหนังที่ผมได้ดูในปี 2554 เลยดีกว่าครับ

ไม่ได้เรียงลำดับนะครับ แต่ทั้ง 10 เรื่องโดนหมดครับ Smile

 

ลืมไป มีเืพื่อนๆ EMS มาถามว่าเล่น Twitter ไหม

ผมตอบใน EMS ไปแล้ว ขอตอบในนี้ด้วยแล้วกันนะครับ

เล่นครับผม แต่ส่วนใหญ่ก็ทวีตเรื่องหนัง แล้วก็บ่นไปเรื่อย

ไม่ค่อยมีคำคม ความรู้ สาระปัญญาอะไรเท่าไร 555+

ถ้าสนใจ Follow ได้ ไม่มีปัญหาครับ Cool >> @iceshout 


----------------------------------------------

127 Hours

เป็นคนแพ้ทางหนังแนวที่พูดถึงการดำเนินชีวิต ให้กำลังใจ

แล้วมองโลกในมุมบวก หนังแนวนี้ได้ดูทีไร โดนใจไม่ยาก

เรื่องนี้ก็เช่นกัน โดนตั้งแต่ตัวอย่าง แล้วยิ่งรู้ว่าเป็นเรื่องจริงอีก

หนังมาพร้อมงานกำกับที่ฉูดฉาดไม่น่าเบื่อเลย ทั้งที่ทั้งเรื่อง

ติดอยู่ในซอกหินไปกว่า 90% แต่หนังโดดเด่นด้วย การแสดง

การถ่ายภาพ การตัดต่อ คลอไปกับดนตรีประกอบเพราะๆ

"Do Not Give Up" ประโยคสั้นๆในหนัง แล้วก็ได้ยินกันบ่อยๆ

แต่เมื่อดูหนังเรื่องนี้ สำหรับผมมันส่งผลต่อความรู้สึกและทัศนคติ

ในการดำเนินชีวิตอย่างแรง น้ำตาไหลทั้งเรื่อง ให้กำลังใจกับคนดู

ที่กำลังท้อแท้และเกิดปัญหามากๆครับ Money mouth

----------------------------------------------

Source Code

ชอบมากๆครับ หนังทำออกมาได้ สนุก ลุ้น แม้จะพอเดาได้

ทั้งเรื่องพระเอกและคนร้าย ที่ไม่ได้ซับซ้อนอะไรนัก ซึ่งผมคิดว่า

ประเด็นหลักของหนัง ก็คงไม่ได้จะเน้นไปที่สืบสวนไล่ล่า

ให้ซับซ้อนเท่าไรอยู่แล้ว แต่สิ่งที่หนังใส่เข้ามาในครึ่งแรก

ที่ดูเป็นองค์ประกอบเล็กๆนั้น ได้ถูกนำมาใช้ในครึ่งหลัง

เพื่อเสริมเหตุผลและน้ำหนักลงไป ทำให้ครึ่งหลังเมื่อหนังเลือกที่

จะไปเน้นในส่วนของความเป็น "ไซไฟผสมดราม่า" ก็ยิ่งกลมกล่อม

(ใครชอบซีรี่ส์ Fringe น่าจะชอบหนังเรื่องนี้ได้ไม่ยาก)

ส่วนของประเด็นและข้อคิดเรื่อง การมีชีวิตอยู่ ผมก็ซึ้งมาก

เล่นเอาผมน้ำตาซึมไปเลย ทำให้ชอบตอนช่วงท้ายของหนังมากๆๆ

ตอนนี้ผมคงต้องติดตามหนังของ Duncan Jones ไปแล้วแน่ๆ

พี่แกทำหนังใหญ่มาแค่ 2 เรื่องเท่านั้น แต่ผมรู้สึกถูกใจ

งานกำกับพี่แกมากๆทั้ง 2 เรื่องเลย ไม่รู้จะกลายเป็นลายเซ็น

ของผู้กำกับหรือเปล่า ที่จะเล่าเรื่องของตัวละครในสถานที่เดิมๆ

ตัวละครไม่เยอะ ต้องติดตามรอดูเรื่องหน้าว่าจะเป็นยังไง

แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ผมถูกใจสไตล์ของผู้กำำกับมาก

รู้สึกลงตัวทั้งแง่ความบันเทิงและสาระของหนัง 

ปล. หนังเรื่องที่แล้วของผู้กำกับ เรื่อง Moon สนุกไม่แพ้กันครับ

----------------------------------------------


ลัดดาแลนด์

เป็นหนังที่เกินคาดมาก คือ ผมค่อนข้างผิดหวังงานก่อน

ของผู้กำกับ เลยไม่ได้คาดหวังกับเรื่องนี้นัก แต่ไปดูเพราะ

การตลาดของ GTH พาไป (ซึ่งก็โดน GTH พาไปทุกเรื่อง Foot in mouth)

พอดูจบบอกเลยว่า ชอบมาก เกินคาดสุดๆ ประทับใจมาก

เพราะเนื้อหาจริงๆ มันเป็นหนังชีวิต ที่ใช้ผีเป็นส่วนประกอบ

ในการเร่งให้ไฟดราม่าที่อยู่ภายในครอบครัว โหมแรงขึ้น

หนังยังคงกระหน่ำด้วย ฉากตกใจตุ้งแช่ ตามสไตล์

แต่หลายๆฉากหลอนก็ชวนกรี๊ดได้อยู่ และพอถึงฉากดราม่า

ก็เล่นเอาน้ำตาซึมได้ง่ายๆเหมือนกัน

----------------------------------------------


Tree of Life

หนังใช้ภาพและดนตรี ช่วยในการเล่าเรื่องชีวิต ความเชื่อ

ความศรัทธา เกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้ออกมาอย่างงดงามมาก

แต่ๆๆๆๆ ตัวหนังดูยากระดับนึง โดยเฉพาะช่วงเปิดกับปิดเรื่อง

เพราะหนังมีตั้งแต่ฉากกำเนิดโลก ไดโนเสาร์ ยันไปสวรรค์

บวกกับปรัชญาและมุมมองในการใช้ชีวิตของแต่ละคน

ไม่ว่าจะคนเป็นพ่อ คนเป็นแม่ และตัวลูกชายที่กำลังสับสน

ใครไม่ชอบหนังตีความ อาจจะเบื่อ งงจนไม่อยากดูต่อเลย

แต่ถ้ามีโอกาสและร่างการพร้อม(หนังยาว) ลองหามาชม

ลองปล่อยใจ ปล่อยสมองกับหนังอีกแนว ก็น่าสนุกนะครับ Money mouth

 ----------------------------------------------


X-Men:First Class

แม้บทบู๊ฉากแอคชั่นจะไม่เยอะ แต่ปมและประเด็นต่างๆ

ไม่ว่าจะเรื่องการยอมรับตัวเอง การเมืองและสังคม

ทุกอย่างที่ใส่มาลงตัวมาก นอกจากสนุกบันเทิงเต็มที่

หลายๆฉากและบทพูด ก็ยังทำเอาอินซึ้งสงสารน้ำตาไหล

ข้อคิดของหนัง ช่วยให้ย้อนกลับมามองสังคมและคนรอบๆตัว

ขอยกให้เป็นอีกภาค ของหนังตระกูล X-Men

และหนังเป็น 1 ในหนังซูปเปอร์ฮีโร่ ที่ชอบมากกก

----------------------------------------------

 

Rise of the Planet of the Apes

ชอบมากกก สนุกมากกก ซีซาร์ทำเอาร้องไห้

หนังทำออกมาได้สนุกลงตัว แฝงประเด็นกดขี่ข่มเหง

แอบอยากให้บทดาร์กกว่าอีกนี้อีกสักนิด

แล้วเพิ่มบทของคน ให้มีมิติอีกหน่อย คงจะแจ่มมากเลย Wink

อยากจะให้รางวัลกับ Andy Serkis ที่แสดงเป็นลิงจริงๆ

สื่อออกทางแววตาได้ดีมากๆๆ จนอินไปด้วย

----------------------------------------------

 

อุโมงค์ผาเมือง

ชอบข้อคิดของหนังมาก แบบว่า นี่แหละใจมนุษย์

หนังมีประเด็นพุทธศาสนาเต็มๆ แล้วก็ถ่ายภาพงามมาก

เสียดายนิดๆที่อารมณ์หนังพาไปได้ไม่สุด

อาจจะเพราะตัวหนังเอง เป็นหนังเล่าเรื่อง ให้คนดูเป็นคนนอก

ตัดสินเอง ไม่โน้นน้าว เลยไม่รู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครใดเลย

คงเป็นความตั้งใจของหนังมั้ง และก็แอบขัดใจเรื่องภาษานิดหน่อย

เพราะเดี๋ยวกลาง เดี๋ยวเหนือ เดี๋ยวโบราณ เดี๋ยวใหม่ ปนกันไปหมด

และเป็นสไตล์หนังของหม่อมน้อย คือ หนังยังมีกลิ่นแบบละครเวที

ส่วนตัว อยากให้หนังออกมาดูสมูท และเป็นหนังมากกว่านี้สักหน่อย 

แต่ก็อย่างว่า มันเป็นสไตล์ของผู้กำกับเขาเอง เหอๆ Money mouth 

----------------------------------------


 
Top Secret วัยรุ่นพันล้าน

เป็นอีกครั้งที่ หนังของพี่ย้ง ได้ใจไปเต็มๆอีกแล้ว

อย่างที่เคยบอกไปครับ ว่าเป็นคนแพ้ืทางกับหนังให้กำลังใจ

และเรื่องนี้ก็เป็นหนังในแนวทางนั้นพอดี แถมยังทำออกมาได้ครบรส

เรียกว่า จี๊ด โดน ไปเต็มๆ งานภาพก็ถ่ายออกมาสวย

ดนตรีประกอบเก๋มาก แม้ตอนจบของหนังจะเป็นที่รู้กันอยู่แล้ว

แต่การที่หนังเล่าเรื่องแบบตัดสลับลำดับเวลาไปมา

ก็มีส่วนช่วยทำให้คนดูสนุกกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น และไม่ทำให้หนังดูน่าเบื่อ

ก่อนที่จะคนดูพาอารมณ์คนดูไปสู่ตอนจบที่ "เหนื่อยไหม...ลูก"

พร้อมๆกับเพลงแสงสุดท้าย มันเป็นอะไรผมโคตรประทับใจน้ำตาไหลพราก

ดูจบแล้ว อยากเดินไปบอกผู้กำกับ คนเขียนบท นักแสดงและทีมงานทุกคน

ว่า หนังของพวกคุณเจ๋งมาก ครับ Cool

----------------------------------------

 
 
Real Steel

เป็นสูตรสำเร็จหนังครอบครัว Feel Good ที่ไม่มีอะไรเกินคาดเดา

และไม่มีอะไรแปลกใหม่เลย แต่ๆๆๆ ในความซ้ำไม่ได้แปลว่าจะต้องแย่

บทหนังทำออกมาได้ดีลงตัวสุดๆ ผสมออกมาได้ครบรส ทุกอารมณ์

การแสดงของพี่ฮิวจ์ กล้ามปู ยังไงก็ได้ใจ ได้เสน่ห์ไปเต็มๆอยู่แล้ว

แต่ที่ได้ใจคนดูไปมากสุด คือ การแสดงของเด็กที่รับบทลูกชาย

ที่ทำให้หนังออกมาเป็น แอคชั่นอมยิ้ม ดราม่าประทับใจ

โดยเฉพาะช่วงท้าย ที่ต้องบอกว่าฟินสุดๆ

ผลแข่งจะแพ้หรือชนะ การได้อยู่ด้วยกันหรือไม่

มันไม่สำคัญแล้ว แค่เราเข้าใจกันก็มากเพียงพอแล้ว Money mouth

----------------------------------------
 
 
The Adventures of Tintin

เนื่องจากเป็นแำฟนการ์ตูน และเป็นแฟนลุงเบิร์ก

ทำให้เรื่องนี้ต้องลงไว้ว่าจะไม่พลาดเด็ดขาด

แต่ก่อนดูเห็นหลายๆเสียงบอกหนังน่าเบื่อ จะหลับ

เลยมีแกว่งๆ ไม่อยากหวังมาก แต่คิดว่าลุงเบิร์ก กับหนังผจญภัย

ก็ไม่น่าจะน่าเบื่อมากมั้ง พอได้พิสูจน์เอง ปรากฏ ผมสนุกสุดๆ

ไม่ผิดหวัง ไขปริศนาผจญภัยครบรส ภาพโครตสวยสมจริง

จนเหมือนคนเล่น ส่วนของ 3D จะเน้นภาพลึกมีมิติ มากกว่าจะนูน

ออกมานอกจอ แล้วที่ต้องชมมากคือ ฉากแอคชั่นครีเอทมาก

ดูแล้วได้คำตอบจากคำถามที่ว่า ถ้าทำภาพเหมือนคนขนาดนี้

ทำไมไม่เอาคนเล่นเลย คำตอบก็อยู่ที่ฉากแอคชั่นนี่แหละ

เพราะถ้าเป็นคนจริงๆ มันจะคุมให้ออกมาแบบนี้ได้ยากมาก

ปล. ดูที่โรงแถวรังสิต แบบ 3D มีแต่พากย์ไทย เลยต้องทนดู

แต่กลายเป็นพากย์ไทยทำออกมาดีมาก ไม่ขัดหู ดูเพลินไปเลย

นอกจากดิสนีย์ที่เสียงไทยเชื่อมือได้อยู่แล้ว เลยรู้สึกว่า

หลังๆการ์ตูนเสียงไทย จากหลายๆค่าย ก็ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน

----------------------------------------

 
The Girl with the Dragon Tattoo

จริงๆได้ดูต้นปี 2012 นี่เอง แต่ปัดๆไปแล้วกันนะครับ เหอๆ

หนังโคตรสนุก นักแสดงเยี่ยม ภ่ายภาพสวยมาก

สกอร์ประกอบก็สุดเท่ บทก็อย่างแน่น เนื้อหาเล่นเอาจิตตก

หนังแบบนี้คงเล่าอะไรมากไม่ได้ แต่เอาเป็นว่า

ไม่ใช่แค่หนังสืบสวน ไขคดีอย่าวเดียว

แต่มันยังเป็นหนังที่มีพูดถึง ความรุนแรงและข่มเหงทางเพศ

ความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยของครอบครัว

แถมยังทิ้งเชื้อไว้ทำเอาอยากดูภาค 2 ต่อทันที

เพราะปูปมไว้น่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเรื่องการแข่งขันทางธุรกิจ

การควบคุมสื่อ อำนาจสื่อ คอหนังสืบสวนห้ามพลาดเลยครับ

ดูจบแทบจะวิ่งหาหนังสือและหนังเวอร์ชั่นสวีเดนมาดูเลย Surprised

----------------------------------------

สุดท้ายนี้ ก็ขอให้ทุกท่านสนุกกับการดูหนัง

และเจอกันใหม่ปีหน้านะครับ Money mouth